อายุเท่าไหร่ ควรลงทุนแบบไหน? แชร์ทริคจัดพอร์ตตามช่วงวัย วางแผนไว้ให้ทันก่อนเกษียณ
อายุเท่าไหร่ ควรลงทุนแบบไหน? แชร์ทริคจัดพอร์ตลงทุนตามช่วงวัย เพื่อให้เงินเติบโตได้ตรงเป้าหมาย วางแผนไว้ก่อนเกษียณ
อายุไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่ยังเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดรูปแบบการลงทุนของแต่ละคน เพราะแต่ละช่วงวัยมีทั้งภาระทางการเงิน เป้าหมายชีวิต และระยะเวลาในการสร้างความมั่งคั่งที่แตกต่างกัน
การนำเงินทั้งหมดไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ทั้งที่ใกล้เกษียณแล้ว หรือในทางกลับกัน ปล่อยให้เงินนอนอยู่ในบัญชีออมทรัพย์ ทั้งที่ยังมีเวลาอีกหลายสิบปีก่อนเกษียณ อาจทำให้โอกาสในการสร้างผลตอบแทนและความมั่นคงทางการเงินในอนาคตลดลง
PPTV Wealth จึงนำ แนวทางการจัดพอร์ตลงทุนตามช่วงวัย จาก Finnomena Funds มาแชร์ เพื่อให้การลงทุนสอดคล้องกับเป้าหมาย ระดับความเสี่ยง และจังหวะชีวิตของแต่ละคน
วัยเริ่มทำงาน อายุ 20-30 ปี
ช่วงวัยนี้เพิ่งเริ่มมีรายได้เป็นของตัวเอง ภาระทางการเงินยังไม่มากนัก และมีข้อได้เปรียบสำคัญคือ “เวลา” ซึ่งช่วยให้เงินลงทุนมีโอกาสเติบโตได้อีกยาวนาน
การเริ่มลงทุนตั้งแต่อายุน้อย แม้จะใช้เงินไม่มาก ก็สามารถได้รับประโยชน์จากพลังของดอกเบี้ยทบต้นในระยะยาว ขณะที่หากตลาดเกิดความผันผวน ยังมีเวลาฟื้นตัวอีกหลายสิบปีก่อนถึงวัยเกษียณ
ด้วยเหตุนี้ พอร์ตการลงทุนในวัยเริ่มทำงานจึงมักเน้นสินทรัพย์ที่มีโอกาสสร้างการเติบโตสูง เช่น หุ้นหรือกองทุนหุ้น เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาวควบคู่ไปกับการสร้างวินัยทางการเงิน
ตัวอย่างสัดส่วนการลงทุน: หุ้น 80% และตราสารหนี้หรือเงินฝาก 20%
วัยสร้างตัว อายุ 31-45 ปี
เมื่อเข้าสู่วัยสร้างตัว รายได้มักเพิ่มขึ้น แต่ภาระทางการเงินก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่าใช้จ่ายของบุตร หรือเป้าหมายทางการเงินอื่น ๆ
หลายคนในวัยนี้มีเป้าหมายหลายด้านเกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งการเก็บเงินเพื่อการศึกษา การท่องเที่ยว การซื้อทรัพย์สิน และการวางแผนเกษียณ ทำให้การลงทุนไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงการบริหารความเสี่ยงด้วย
พอร์ตการลงทุนจึงควรมีการกระจายความเสี่ยงมากขึ้น โดยผสมทั้งสินทรัพย์ที่สร้างการเติบโตและสินทรัพย์ที่ช่วยลดความผันผวน เพื่อให้สามารถรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทาง
ตัวอย่างสัดส่วนการลงทุน: หุ้น 50% และตราสารหนี้หรือเงินฝาก 50%
วัยมั่นคงใกล้เกษียณ อายุ 46-60 ปี
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ระยะเวลาในการลงทุนจะค่อย ๆ ลดลง ขณะที่เป้าหมายเรื่องการเกษียณเริ่มใกล้เข้ามา โจทย์สำคัญของวัยนี้จึงไม่ใช่การแสวงหาผลตอบแทนสูงสุด แต่เป็นการรักษามูลค่าเงินลงทุน และเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณ
ผู้ลงทุนในช่วงวัยนี้จึงควรลดสัดส่วนสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง และเพิ่มน้ำหนักการลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า เช่น ตราสารหนี้ หรือสินทรัพย์ที่สามารถสร้างกระแสรายได้อย่างสม่ำเสมอ เพราะหากตลาดปรับตัวลงรุนแรงในช่วงใกล้เกษียณ อาจเหลือเวลาไม่มากพอสำหรับการฟื้นตัวของพอร์ต
ตัวอย่างสัดส่วนการลงทุน: หุ้น 30% และตราสารหนี้หรือเงินฝาก 70%
วัยเกษียณ อายุ 60 ปีขึ้นไป
หลังเกษียณ รายได้ประจำของหลายคนจะลดลงหรือหายไป ทำให้เงินออมและเงินลงทุนกลายเป็นแหล่งรายได้สำคัญสำหรับการดำรงชีวิต
การจัดพอร์ตในวัยนี้จึงเน้นการรักษาเงินต้นและสร้างกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายประจำวัน รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามอายุ
ตัวอย่างสัดส่วนการลงทุน: หุ้น 10% และตราสารหนี้หรือเงินฝาก 90%
วัยมั่นคงใกล้เกษียณ อายุ 46-60 ปี
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ระยะเวลาในการลงทุนจะค่อย ๆ ลดลง ขณะที่เป้าหมายเรื่องการเกษียณเริ่มใกล้เข้ามา
โจทย์สำคัญของวัยนี้จึงไม่ใช่การแสวงหาผลตอบแทนสูงสุด แต่เป็นการรักษามูลค่าเงินลงทุน และเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณ
ผู้ลงทุนในช่วงวัยนี้จึงควรลดสัดส่วนสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง และเพิ่มน้ำหนักการลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า เช่น ตราสารหนี้ หรือสินทรัพย์ที่สามารถสร้างกระแสรายได้อย่างสม่ำเสมอ เพราะหากตลาดปรับตัวลงรุนแรงในช่วงใกล้เกษียณ อาจเหลือเวลาไม่มากพอสำหรับการฟื้นตัวของพอร์ต
ตัวอย่างสัดส่วนการลงทุน: หุ้น 30% และตราสารหนี้หรือเงินฝาก 70%
วัยเกษียณ อายุ 60 ปีขึ้นไป
หลังเกษียณ รายได้ประจำของหลายคนจะลดลงหรือหายไป ทำให้เงินออมและเงินลงทุนกลายเป็นแหล่งรายได้สำคัญสำหรับการดำรงชีวิต
การจัดพอร์ตในวัยนี้จึงเน้นการรักษาเงินต้นและสร้างกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายประจำวัน รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามอายุ
ตัวอย่างสัดส่วนการลงทุน: หุ้น 10% และตราสารหนี้หรือเงินฝาก 90%
อย่างไรก็ตาม Finnomena Funds ระบุว่า สูตรการจัดพอร์ตตามอายุเป็นเพียงแนวทางเบื้องต้นเท่านั้น เพราะในความเป็นจริง คนที่มีอายุเท่ากันอาจมีเป้าหมายชีวิตและภาระทางการเงินแตกต่างกันอย่างมาก
ตัวอย่างเช่น คนอายุ 35 ปีคนหนึ่งอาจกำลังวางแผนส่งบุตรเรียนต่อต่างประเทศภายใน 5 ปี เก็บเงินเกษียณสำหรับอีก 25 ปีข้างหน้า และวางแผนท่องเที่ยวต่างประเทศในระยะสั้น ขณะที่อีกคนในวัยเดียวกันอาจยังไม่มีภาระครอบครัว ทำให้สามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้มากกว่า
ดังนั้น นอกจากอายุแล้ว การจัดพอร์ตลงทุนที่เหมาะสมควรพิจารณาร่วมกับเป้าหมายชีวิต ภาระค่าใช้จ่าย ระยะเวลาของแต่ละเป้าหมาย และระดับความเสี่ยงที่สามารถยอมรับได้ เพื่อให้การลงทุนตอบโจทย์ชีวิตของแต่ละคนได้อย่างแท้จริง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB